บึงสีไฟ
Bueng Si Fai
บึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง และชมพระอาทิตย์ตก กลางบึ่งสีไฟ ในยามเย็น บึงสีไฟถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร นอกจากนั้นภายในบึ่งสีไฟยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ พิจิตร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา เมื่อ พ.ศ. 2527 มีเนื้อที่ 170 ไร่ เป็นสวนพักผ่อนริมบึงสีไฟ มีสะพานทอดลงน้ำสู่ศาลาใหญ่ที่จัดไว้เป็นที่พักย่อน นักท่องเที่ยวนิยมมาให้อาหารปลาและชมอาทิตย์อัสดง รูปปั้นพญาชาละวัน เป็นรูปปั้นจระเข้อยู่ด้านหน้าบึงสีไฟ ที่มีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร ภายในตัวจระเข้นี้ทำเป็นห้องประชุมขนาด 25-30 ที่นั่ง สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ ลักษณะอาคารเป็นรูปดาวเก้าแฉก ยื่นลงไปในบึงสีไฟ ภายในประกอบด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลามากกว่า 20 ชนิด และมีการสับเปลี่ยนชนิดของปลาเป็นประจำ นอกจากนั้นตรงส่วนกลางของอาคารยังทำเป็นช่องเปิด สำหรับชมปลาในบึงสีไฟซึ่งมีพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ มาชุมนุมเป็นจำนวนมาก เพื่อรอกินอาหารที่นักท่องเที่ยวโปรยให้กิน สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพิจิตร เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ วันธรรมดาตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. วันหยุดราชการตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. โทร. 0 5661 1309 http://www.fisheries.go.th/if-phichit น้ำตกสามมิติ เป็นการวาดภาพน้ำตก 3 มิติ และภาพตำนานชาละวันลงบนพื้นถนนจนดูเหมือนเล่นอยู่ในน้ำตก และอาณาจักรพญาชาละวันจริง ๆ ณ บริเวณหอดูนกในบึงสีไฟ นักท่องเที่ยวต้องมองจากมุมสูง ทำมุม 45 องศา โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 – 11.00 น. แสงอาทิตย์จะทำมุมกับภาพ จนดูเหมือนเล่นอยู่ในน้ำตกจริง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นภาพมหัศจรรย์แห่งแรกของประเทศไทย อุทยานบัว เป็นแหล่งท่องเที่ยวและศึกษาบัวสายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของบึงสีไฟพิจิตร ภายในอุทยานบัวประกอบด้วยอาคารนิทรรศการบัว 3 หลัง เป็นแหล่งรวบรวมและแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับบัวที่มีอยู่ในประเทศไทย และสายพันธ์ของบัวภายในบึงสีไฟพิจิตร สวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย อีกทั้งภายในบริเวณสวนก็จะมีการรวบรวมบัวสายพันธุ์ต่างๆมาปลูกไว้ในอ่างบัว ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ทั้งยังมีหอคอยสูงสำหรับชมวิวทิวทัศน์ของบึงสีไฟที่เป็นท้องน้ำและจะได้เห็น นกนานาชนิดที่อาศัยอยู่โดยรอบบริเวณบึงสีไฟ ซึ่งจะเป็นแหล่งศึกษาความงดงามทางธรรมชาติแห่งใหม่ของจังหวัดพิจิตรที่จะดึง ดูดนักท่องเที่ยวอีกด้วย นอกจากนี้ยังมี สะพานชมบัวแดง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินไปตามสะพานที่สร้างยื่นไปในบึงสีไฟสำหรับชมบัวแดงที่ขึ้นในบึงสีไฟได้อย่างใกล้ชิด ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่างๆ ที่ชาวบ้านผลิตขึ้นเอง เช่น เครื่องสานจากผักตบชวา ผ้าทอบ้านป่าแดง มะขาวแก้วสี่รส ฯลฯ เปิดจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวทุกวันเว้นวันจันทร์
เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia
บึงสีไฟ เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดพิจิตร โดยเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่เป็น อันดับห้าของประเทศ รองจาก บึงบอระเพ็ด ทะเลสาบหนองหาน บึงละหานและ กว๊านพะเยา ตามลำดับ โดยบึงสีไฟมีเนื้อที่ 5,390 ไร่ ซึ่งลดลงมาภายหลังจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ที่เดิมบึงสีไฟมีเนื้อที่มากกว่า 10,000 ไร่ บึงสีไฟเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด แหล่งอาศัยของนกหลายชนิด และยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของจังหวัดพิจิตรด้วย บึงสีไฟเป็นทะเลสาบรูปแอก ซึ่งเกิดจากแม่น้ำน่าน บึงสีไฟถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดพิจิตรไปทางทิศตะวันตกเพียง 1 กิโลเมตร บึงแห่งนี้มีอาณาเขตติดต่อกับ 4 ตำบลในอำเภอเมืองพิจิตร ได้แก่ ตำบลท่าหลวง ตำบลโรงช้าง ตำบลคลองคะเชนทร์ และตำบลเมืองเก่า บึงมีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1.5–2 เมตร ซึ่งถือว่าไม่ลึกมาก
ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "บึงสีไฟ" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)
ข้อมูลก่อนไป
- เวลาเปิด-ปิด
- ทุกวัน เปิดตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น.
- เบอร์โทร
- 0 5661 1287
เดินทางยังไง
เปิดนำทางใน Google Maps- ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 385 กม.
- ขับรถประมาณ 5.5 ชม.
- รถทัวร์ขึ้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2
- สนามบินใกล้สุด: ท่าอากาศยานพิษณุโลก (PHS) ห่างราว 53 กม.
- สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟวังกรด ห่างราว 8 กม.
ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง
ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 12/13/2024
ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ