วัดกลางวรวิหาร

Wat Klang Worawihan

ตั้งอยู่ถนนศรีสมุทร ตำบลปากน้ำ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสมัยอยุธยา ตอนปลาย เดิมชื่อ วัดตะโกทอง พระอุโบสถได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 หน้าบันมีลายปูนปั้นประดับเครื่องลายคราม ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องปฐมสมโพธิกถา ต่อมาเมื่อพ.ศ.2449 มีการสร้างพระมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาท 4 รอย หน้าบันมีลายปูนปั้นเครื่องแถวประดับด้วยถ้วยจานเบญจรงค์ ยอดสุดแต่ละมุมมีปูนปั้นหน้าของท้าวจตุโลกบาล ตามเค้าโครงเรื่องไตรพระภูมิพระร่วง เบื้องบนของผนังภายในซุ้มพระพุทธรูปขนาดย่อมโดยรอบ ศาลาการเปรียญลักษณะเป็นเรือนไทยแบบเรือนหมู่ไม้สักทั้งหลัง หน้าบันมีลวดลายไม้สลักละเอียดอ่อนสวยงามควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง การเดินทาง จากสามแยกสมุทรปราการตรงไปตามถนนประโคนชัย (เข้าตลาดปากน้ำ) จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนศรีสมุทรจะพบวัดอยู่ในสุดของถนน สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 25, 102, 142, 145, 507, 508 และ 511 หรือรถโดยสารประจำทางธรรมดาสาย 25, 102 และ 145

เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia

วัดกลางวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ในตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นวัดสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดตะโกทอง ในปี พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร อาณาเขตของวัดมีพื้นที่ 25 ไร่ (ไม่นับรวมที่ธรณีสงฆ์ 49 ไร่)

วัดกลางวรวิหารตั้งเป็นวัดราว พ.ศ. 2299 ตามตำนานกล่าวว่า แต่เดิมเป็นเพียงกุฏิเล็กมุงใบจากของภิกษุรูปหนึ่ง ชื่อ พระอาจารย์ซู ภายหลังชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาท่าน จึงได้สร้างวัดถวาย ตั้งอยู่ระหว่างกลางระหว่างวัดนอกกับวัดใน โดยในการสร้างวัดครั้งแรกมีอุบาสิกาหม้ายสามคนเป็นธุระหาที่ดินสร้างวัด โดยการสละที่ดินของตนที่เป็นใบจองสวนซึ่งมากกว่าที่ดินสองฝั่งคลองบางฆ้องที่เห็นพ้องว่าควรเป็นที่ตั้งของวัด โดยได้นำไปขอแลกกับเจ้าของที่ดินดังกล่าว ชาวบ้านยังร่วมกันบริจาคทรัพย์อีกเป็นจำนวนมาก ระหว่างการปรับที่ดินได้พบกับแหวนทองโบราณใต้ต้นตะโก จึงได้เป็นที่มาของชื่อวัด การสร้างวัดได้ใช้เวลา 4–5 ปี ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ชาวบ้านได้อาราธนาพระอาจารย์ซูเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก สิ่งก่อสร้างในสมัยพระอาจารย์ซู ได้แก่ พระอุโบสถ โรงธรรม สระน้ำ กุฏิหมู่เล็ก ๆ ใกล้สระน้ำ ต่อมาพระอาจารย์ชีจากนครเขื่อนขันธ์ได้เข้ามาปกครองวัดหลังพระอาจารย์ซูถึงแก่มรณภาพ เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียกรุง วัดกลางถูกทิ้งร้าง พระอาจารย์ชีหายสาบสูญ จนสมัยกรุงธนบุรี พระอาจารย์ดา ฉายา มหาอินทโชติ ซึ่งเป็นน้องพระอาจารย์ชี ได้เป็นผู้นำเข้ามาทำนุบำรุงวัด มีการหล่อพระพุทธรูปใหม่ขึ้นมา ได้ปลูกกุฏิขึ้นใหม่ ส่วนอุโบสถหลังเก่าที่สลักหักพังก็รื้อก่อใหม่ขยายออกเป็นสองเท่า เริ่มก่อราว พ.ศ. 2345 (ร.1) มีภิกษุผู้มีฝีมือทางการช่าง ได้สร้างกุฏิปลูกต้นไม้ดัด ท่านมีนามว่า พระอาจารย์เส็ง ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 4 เจ้าอาวาสองค์ที่ 5 พระอาจารย์ฮวด (ฉายา ธรรมถีระ) เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระครูสุนทรสมุทร ท่านได้สร้างศาลาการเปรียญลงแทนหมู่กุฏิ และสร้างเจดีย์ ศาลาสรงน้ำปากสระ ปรกสำหรับอยู่บริวาสกรรม ศาลาท่าน้ำ

ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "วัดกลางวรวิหาร" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)

ข้อมูลก่อนไป

เวลาเปิด-ปิด
08.30-16.30 น.
เบอร์โทร
0 2387 1869, 0 2702 6197, 0 2730 9147, 0 2387 1871, 0 2395 4529

เดินทางยังไง

เปิดนำทางใน Google Maps
  • ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 25 กม.
  • ขับรถประมาณ 0.5 ชม.
  • สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟแม่น้ำ ห่างราว 19 กม.

ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง

ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 2/15/2019

ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ

ที่เที่ยวใกล้เคียง