ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง

ไม่มี

ถ้ำขนาดกลางอยู่ในภูเขาที่ทอดยาวขนานไปกับพื้นดิน เดินเท้าขึ้นภูเขาผ่านป่าจันผาที่ชุมชนได้ร่วมอนุรักษ์และปลูกเพิ่มจากเดิมที่กำลังจะสูญพันธุ์ พร้อมชมผืนป่าที่เริ่มพลิกฟื้นให้สมบูรณ์ดังเดิม ที่ปากถ้ำมีลมเย็นพัดผ่านช่องเขาเข้าไปในถ้ำถ่ายเทตลอดเวลา ส่งผลให้ภายในถ้ำไม่อบอ้าวแต่เย็นสบายตลอดทั้งปี ภายในถ้ำจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน จุดแรก ก้าวเท้าสู่ประตูถ้ำเพชรโพธิ์ทองที่หันหน้าไปทางตะวันตก เป็นลานกว้างรูปไข่ มีหินสีขาวนวลที่ถูกจัดวางโดยธรรมชาติ จากนั้นลงสู่ห้องโถงอุโมงค์ใหญ่ จุดที่สอง จุดนี้นักท่องเที่ยวจะรู้สึกถึงระบบการถ่ายเทของอากาศที่เย็นสบายตลอดเวลา มีแสงแดดสาดส่องเข้ามาทางด้านทิศเหนือ จุดที่สาม เดินเท้าสู่ห้องมุขประดับเพชร เป็นห้องขนาดใหญ่และเป็นจุดสำคัญ เป็นที่มาของชื่อถ้ำ มีหินงอกหินย้อยเป็นมุขทรงเจดีย์หรือทรงรูปไข่สีขาว มีเกล็ดทรายประดับระยิบระยับเมื่อต้องแสงไฟ ตลอดทั้งผนังของถ้ำและพื้นผิวของเพดานถ้ำมีรูปคล้าย ๆ ใบโพธิ์สีทอง ซึ่งเกิดจากน้ำขังในแอ่งหินด้านบนภูเขาจนเกิดสนิมน้ำทะลุผ่านจนเป็นดวงเป็นรูปคล้ายใบโพธิ์ บางรูปมีรูปร่างแปลกตาตามแต่ใครจะจินตนาการ มาจุดสุดท้าย ประตูปราสาทถ้ำเพชรโพธิ์ทอง เป็นพื้นต่างระดับ มีหินปากประตูสีนวลขาวเรียบเนียน มีหินงอกรูปร่างคล้ายพระพุทธรูปจนกล่าวขานว่าส่วนสุดท้ายเป็นห้องพระมีบันไดให้สามารถขึ้นไปชมด้านบนได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

ข้อมูลก่อนไป

เวลาเปิด-ปิด
ทุกวัน 08.30-16.30 น.
เบอร์โทร
0 3751 2142, 08 9800 6118
ค่าเข้าชม · คนไทย
20 บาท
ค่าเข้าชม · เด็ก (คนไทย)
10 บาท

เดินทางยังไง

เปิดนำทางใน Google Maps
  • ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 260 กม.
  • ขับรถประมาณ 3.5 ชม.
  • รถทัวร์ขึ้นที่สถานีขนส่งเอกมัย
  • สนามบินใกล้สุด: ท่าอากาศยานตราด (TDX) ห่างราว 165 กม.
  • สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟวัตนานคร ห่างราว 47 กม.

ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง

ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 10/21/2024

ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ

ที่เที่ยวใกล้เคียง