พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)
Dhamma Chedi Museum Phra Thammawisutthimongkol (Luang Ta Phra Maha Bua Yanasampanno)
พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล เส้นทาง “ตามรอยพระอริยสงฆ์” หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นอนุสรณ์สถานที่บรรจุอัฐิธาตุของหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ให้เป็นสถานที่เผยแพร่ธรรมะ คำสอน ของหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน เป็นอนุสรณ์สถานที่เก็บรวบรวมประวัติหนังสือ คำสอน และเครื่องอัฐบริขารของหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เพื่อเตือนใจให้เยาวชน คนรุ่นหลัง ทั้งสงฆ์และฆราวาสให้รำลึกถึงคุณูปการของท่านทั้งในทางโลกและทางธรรม และถือเป็นแบบอย่างใน การปฏิบัติ และทำความดีเพื่อพุทธศาสนาและประเทศชาติต่อไป โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ ก่อสร้างบนพื้นที่ 181 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา บริเวณด้านหน้าทางเข้าวัดป่าบ้านตาด โดยได้เริ่มต้นการก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2559 และได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงรับเป็นประธานโครงการ พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ ทีมสยามรีโนเวท เป็นผู้ดำเนินการออกแบบก่อสร้างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการออกแบบใดๆ ทั้งสิ้น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงออกแบบลักษณะของพระเจดีย์ พระวิหาร และพิพิธภัณฑ์ โดยทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจากสถาปัตยกรรมศิลปะล้านช้าง ผสมผสานกับศิลปะยุคกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงการสืบทอดพระพุทธศาสนาในถิ่นอีสานยังคงดำรงอย่างมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป พระเจดีย์แห่งนี้ นับเป็นศิลปกรรมไทยองค์สำคัญองค์สุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 9 ก็ว่าได้ พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคล ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก คือ เจดีย์ พระวิหาร และพิพิธภัณฑ์ ส่วนของพิพิธภัณฑ์นั้นจะอยู่ด้านหน้าของพระวิหารและองค์เจดีย์ ภายในประกอบด้วยห้องแสดง 6 ห้อง คือ ห้องที่ 1 ธรรมของพระพุทธเจ้า ห้องที่ 2 จากกตัญญูมีสัจจะ สู่ร่มกาสาวพัสตร์ ห้องที่ 3 จากปริยัติมุ่งมั่นเพียรพยายามสู่การปฏิบัติ ห้องที่ 4 เมตตาอบรมสั่งสอน ห้องที่ 5 บารมีหลวงตาช่วยชาติ ห้องที่ 6 ละสังขาร ศิษยานุศิษย์สามัคคีบูชาถัดมาจะเป็นบันไดทอดยาวขึ้นสู่พระวิหาร โดดเด่นด้วยหลังลดหลั่นซ้อนกันสามชั้น ในการออกแบบหลังคาพระวิหารนี้ได้ใช้วัสดุ “ทองแดง” มาแทนกระเบื้อง เพื่อตัดปัญหาการบูรณะซ่อมแซมอนาคต โดยทองแดงเป็นวัสดุที่ยุโรปและอินเดียใช้ในการสร้างสถาปัตยกรรมสำคัญๆ มีความคงทนกว่ากระเบื้องดินเผา อยู่ได้เป็นร้อยปี ทองแดงแม้จะเกิดสนิมง่าย แต่ใช้น้ำยาเคลือบ ซึ่งจะคงทนเป็น 10 ปี เมื่อกาลเวลาผ่านไปจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้เป็นสีสนิมเขียวคล้ายโดมหลังคาของพระที่นั่งอนันตสมาคม นอกจากนั้นยังไดใช้หินอ่อนไวท์คารารา จากประเทศอิตาลีมาตกแต่งพื้นและผนังรอบพระวิหารและเจดีย์ เพราะมีคุณสมบัติระบายความร้อนได้ดี ทำให้ตอนกลางวัน แม้แสงแดดจัด พื้นก็ยังเย็น ไม่ร้อน และมีความงดงามมากอีกด้วย เบื้องหลังพระวิหาร เป็นองค์เจดีย์ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมไทยที่มีกลิ่นอายศิลปะล้านช้าง รูปทรงระฆังแปดเหลี่ยม ปลียอดโลหะทองแดงปิดด้วยทองคำบริสุทธิ์ 96.70% บนยอดเจดีย์ยังเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ ที่ได้รับการประทานจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมพโร) และมีอัฐิธาตุของหลวงตามหาบัวส่วนของศีรษะและฟันบรรจุไว้ด้วย
ข้อมูลก่อนไป
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:30–16:30 น.
- เบอร์โทร
- 09 3111 9629
เดินทางยังไง
เปิดนำทางใน Google Maps- ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 600 กม.
- ขับรถประมาณ 8.5 ชม.
- รถทัวร์ขึ้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2
- สนามบินใกล้สุด: ท่าอากาศยานอุดรธานี (UTH) ห่างราว 13 กม.
- สถานีรถไฟใกล้สุด: ที่หยุดรถไฟคำกลิ้ง ห่างราว 11 กม.
ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง
ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 9/29/2025
ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ