วัดเลขธรรมกิตติ์

วัดเลขธรรมกิตติ์ จังหวัดนครนายก เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในตำบลบางอ้อ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก โดดเด่นด้วยพระอุโบสถเก่าที่ถูกปกคลุมด้วยรากของต้นโพธิ์ขนาดใหญ่จนได้รับสมญาว่า “โบสถ์ปรกโพธิ์” หรือ “ประตูกาลเวลา” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางศรัทธาที่ผู้คนเชื่อว่าหากเดินลอดและอธิษฐานใต้ซุ้มประตูแห่งนี้ จะนำพาความโชคดี ความสำเร็จ และสิริมงคลมาสู่ชีวิต จุดนี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างแรงดลใจและดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาเยือนอย่างต่อเนื่อง ประวัติของวัดเลขธรรมกิตติ์มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมในยุคกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดบางอ้อนอก” ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดเลขธรรมกิตติ์” โดยหลวงปู่เผื่อน หรือพระครูสัทธาภินันท์ ซึ่งชื่อใหม่นี้มีความหมายว่า “วัดที่มีเกียรติด้วยธรรมอันจารึกไว้แล้ว” วัดแห่งนี้ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จฯ มาประทับและเสวยพระกระยาหาร เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นในปี พ.ศ. 2418 ซึ่งมีบันทึกไว้ในพระราชหัตถเลขาอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระอุโบสถปรกโพธิ์ ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างขึ้นมากกว่า 150 ปีมาแล้ว แม้จะเหลือเพียงซากกำแพง ผนังหน้าต่าง และซุ้มประตู แต่กลับเต็มไปด้วยพลังศรัทธา ต้นโพธิ์ที่ขึ้นแทรกและปกคลุมผนังนั้น ช่วยเพิ่มความขลังและความงดงามอย่างมีเอกลักษณ์ ผู้ที่มาเยือนนิยมก้มศีรษะลอดซุ้มประตูปรกโพธิ์ แตะประตูเหนือศีรษะ และตั้งจิตอธิษฐานขอพรเรื่องสุขภาพ หน้าที่การงาน หรือสิ่งที่ตนปรารถนา จากนั้นจึงเข้าไปสักการะพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านใน เพื่อเติมเต็มความศรัทธาและความสงบในจิตใจ ตำนานของพระอุโบสถหลังเก่านี้ยังกล่าวถึงช่างผู้สร้างที่เป็นชาวจีนจากอยุธยา และคหบดีในท้องถิ่นที่มีศรัทธาอย่างแรงกล้า เช่น ปู่เผือกและย่าลำพู ซึ่งได้นำทรัพย์สินของตนมาถวายเพื่อร่วมสร้างพระอุโบสถ บางคนถึงกับฝังเครื่องประดับลงในหลุมนิมิตเพื่อแสดงความเลื่อมใสอย่างแท้จริง รูปแบบของอุโบสถเป็นศิลปะผสมผสานไทย-จีน ที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันแม้พระอุโบสถหลังเดิมจะชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา และพระประธานก็ถูกย้ายไปประดิษฐานในอุโบสถหลังใหม่แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 แต่พื้นที่นี้ยังคงรักษาไว้เป็นศาสนสถานที่เปี่ยมไปด้วยความขลัง และแฝงข้อคิดเตือนใจว่า “อย่าปล่อยให้กาลเวลาล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์” เปรียบเหมือนอุโบสถที่แม้จะเสื่อมสลายทางกายภาพ แต่ยังคงคุณค่าทางจิตวิญญาณไม่เสื่อมคลาย วัดเลขธรรมกิตติ์จึงไม่ใช่เพียงวัดเก่าแก่ แต่เป็นสถานที่ซึ่งเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และศรัทธาไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ทั้งในเชิงสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และจิตวิญญาณของผู้คน

เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia

วัดเลขธรรมกิตติ์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครนายก ในตำบลบางอ้อ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก มีพื้นที่ 25 ไร่ 2 งาน 74 ตารางวา วัดเลขธรรมกิตติ์ มีความหมายว่า "วัดมีเกียรติด้วยธรรมอันจารึกไว้แล้ว" เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อว่า วัดบางอ้อนอก ว่ากันว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จทางชลมารคและขึ้นมาประทับเพื่อเสวยพระกระยาหารที่วัดแห่งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2413 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2511 อุโบสถหลังเก่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2440 โดยเจ้าอาวาสในสมัยนั้น และมีคุณปู่เผือกและคุณย่าลำภูเป็นผู้อุปถัมภ์ในการก่อสร้างอุโบสถหลังนี้ มีสภาพหลงเหลือเพียงผนังบางส่วนและซุ้มประตูอุโบสถที่ถูกปกคลุมด้วยรากและต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ผนังฝั่งหนึ่งหลงเหลือหน้าต่างสองบาน มีรากไม้ขนาดใหญ่เลื้อยคลุมโดยรอบ ด้านในอุโบสถเก่ามีศาลาเล็ก ๆ ประดิษฐานพระพุทธรูป ส่วนอุโบสถหลังใหม่สร้างทดแทนหลังเดิมสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2508

ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "วัดเลขธรรมกิตติ์" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)

ข้อมูลก่อนไป

เวลาเปิด-ปิด
เปิดทุกวัน 08.00 - 19.00 น.
เบอร์โทร
080 201 0107
ไฮไลต์
หากใครได้มาลอดซุ้มประตูโบสถ์ จะขอพรสมปรารถนา ส่วนใหญ่ คนมาขอโชคลาภ การงาน และสุขภาพนั่นเอง

เดินทางยังไง

เปิดนำทางใน Google Maps
  • ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 100 กม.
  • ขับรถประมาณ 1.5 ชม.
  • รถทัวร์ขึ้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2
  • สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟโยทะกา ห่างราว 33 กม.

ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง

ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 9/9/2025

ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ

ที่เที่ยวใกล้เคียง