วัดพระธาตุลำปางหลวง
Wat Prathat Lampang Luang
เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ ตามตำนานกล่าวว่ามีมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมายได้แก่ พระธาตุลำปางหลวง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีฉลู ด้วยเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลูเช่นกัน ฐานเป็นบัวลูกแก้ว ส่วนองค์เป็นทรงกลมแบบล้านนาภายนอกบุด้วยทองจังโก ยอดฉัตรทำด้วยทองคำ มีลายสลักดุนเป็นลวดลายประจำยามแบบต่าง ๆ ลักษณะเจดีย์แบบนี้ได้ส่งอิทธิพลต่อพระธาตุหริภุญไชย และพระบรมธาตุจอมทอง ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุพระเกศา และพระอัฐิธาตุจากพระนลาฎข้างขวา พระศอด้านหน้าและด้านหลัง ที่รั้วทองเหลืองรอบองค์พระธาตุมีรูกระสุนปืนที่หนานทิพย์ช้างยิงท้าวมหายศปรากฏอยู่ วิหารหลวง วิหารขนาดใหญ่ที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2019 โดยเจ้าหมื่นคำเป๊ก ภายในมีซุ้มปราสาททองเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าล้านทอง ด้านหลังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจ บนแผงไม้คอสองมีภาพจิตรกรรมเก่าแก่งดงามเรื่องทศชาติและพรหมจักร วิหารพระพุทธ ไม่ปรากฏว่าสร้างเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง แต่ประมาณอายุไม่ต่ำกว่า 700 ปี เดิมเป็นวิหารเปิดโล่งหน้าบันเป็นลายดอกไม้ติดกระจกสี ภายในประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่เต็มอาคารก่ออิฐถือปูน ศิลปะเชียงแสน และยังปรากฏเงาพระธาตุภายในวิหารอีกด้วย เมื่อหันหน้าเข้าหาวิหารหลวง ด้านขวามือ คือ วิหารน้ำแต้ม หรือวิหารภาพเขียนสี (“แต้ม” แปลว่า ภาพเขียน) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2044 เป็นวิหารเปิดโล่งที่เก่าแก่ที่สุดอีกหลังหนึ่งทางภาคเหนือ คงรูปแบบของสถาปัตยกรรมไทยที่งดงาม ภายในไม่มีฝ้าเพดาน กำแพงด้านพระประธานเขียนภาพลายทองบนพื้นรักแดง มีภาพจิตรกรรมศิลปะล้านนาบนแผงไม้คอสองที่กล่าวกันว่าเก่าแก่ที่สุด และหลงเหลือเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 ลงมา แต่ปัจจุบันภาพเขียนลบเลือนไปมาก และประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 1.25 เมตร สูง 1.25 เมตร ซุ้มพระบาท สร้างครอบพระพุทธบาทไว้ ฐานก่อขึ้นเป็นชั้นคล้ายฐานเจดีย์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 1992 ภายในมองเห็นแสงหักเห ปรากฏเป็นเงาพระธาตุและพระวิหารในด้านมุมกลับ แต่มีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้น กุฏิพระแก้ว เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้างและสร้างเมื่อใด แต่ประมาณอายุไม่ต่ำกว่า 400 ปี มาแล้ว วิหารพระเจ้าศิลา เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าศิลาซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงละโว้ เมื่อ พ.ศ. 1275 พระบิดาของพระนางจามเทวีมอบให้ประดิษฐานไว้ ณ ที่นี้ พิพิธภัณฑ์ รวบรวมศิลปวัตถุจากที่ต่าง ๆ ที่หาชมได้ยาก เช่น สังเค็ด ธรรมาสน์ คานหาบ ตู้พระไตรปิฎก เป็นต้นนอกจากนี้วัดพระธาตุลำปางหลวงยังเป็นที่ประดิษฐาน "พระแก้วดอนเต้า” (พระแก้วมรกต) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปาง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะล้านนาสลักด้วยหยกสีเขียว มีงานนมัสการพระแก้วดอนเต้าในวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี
เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia
วัดพระธาตุลำปางหลวง (ไทยถิ่นเหนือ: ) พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่บนเนินสูง มีการจัดวางผังและส่วนประกอบของวัดสมบูรณ์แบบที่สุด มีสิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ บริเวณพุทธาวาสประกอบด้วย องค์พระธาตุลำปางหลวง เป็นประธาน มีบันไดนาคนำขึ้นไปสู่ซุ้มประตูโขง ถัดซุ้มประตูโขงขึ้นไปเป็น วิหารหลวง บริเวณทิศเหนือขององค์พระธาตุมีวิหารบริวารตั้งอยู่คือ วิหารน้ำแต้ม และ วิหารต้นแก้ว ด้านตะวันตกขององค์พระธาตุประกอบด้วย วิหารละโว้ และ หอพระพุทธบาท ด้านใต้มี วิหารพระพุทธ และอุโบสถ ทั้งหมดนี้จะแวดล้อมด้วยแนวกำแพงแก้วทั้งสี่ด้าน นอกกำแพงแก้วด้านใต้มีประตูที่จะนำไปสู่เขตสังฆาวาส ซึ่งประกอบด้วยอาคาร หอพระไตรปิฎก กุฏิประดิษฐาน พระแก้วดอนเต้า อาคารพิพิธภัณฑ์และกุฏิสงฆ์
ตามตำนานพระเจ้าเลียบโลกและตำนานพระธาตุลำปางหลวงกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระโสณเถร พระอุตตเถร พระรตนเถร และพระอานนท์ ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่าง ๆ จนถึงบ้านลัมพการีวัน พระพุทธเจ้าได้ประทับเหนือดอยม่อนน้อย มีชาวลวะ (ชาวลัวะ) คนหนึ่งชื่อ อ้ายคอน เกิดความเลื่อมใส ได้นำน้ำผึ้งบรรจุกระบอกไม้พาง (ไม้ป้าง คือไผ่ข้าวหลาม) กับมะพร้าว 4 ลูกมาถวายพระโคตมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ฉันน้ำผึ้งแล้วทิ้งกระบอกไม้พางไปทางทิศเหนือ แล้วทรงพยากรณ์ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่า ลัมพาง (ลำปาง) ทรงลูบพระเศียรได้พระเกศามาหนึ่งเส้น มอบให้แก่ลวะอ้ายคอนบรรจุในกระบอกทองคำ ใส่ในอูปทองคำใหญ่ 8 กำมือ พระอินทร์ให้พระวิสุกัมม์เนรมิตอุโมงค์ใหญ่ 50 วา ลาดด้วยแผ่นแก้ววิธูรสูง 7 ศอก กว้าง 3 ศอก แล้วเชิญอูปทองคำประดิษฐานพระเกศาธาตุในถ้ำนั้น ลวะอ้ายคอนกับคนทั้งหลายใส่ข้าวของบูชา พระอินทร์ใส่ยนตร์ผัดแล้วถมอุโมงค์ แล้วก่อเป็นพระเจดีย์สูง 7 ศอกเหนืออุโมงค์นั้น พระโคตมพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปได้ 218 ปี จะมีพระอรหันต์ 2 รูป ชื่อกุมารกัสสปะกับเมฆิยเถร นำพระธาตุส่วนหน้าผากและลำคอมาบรรจุไว้ เจดีย์องค์นี้จะได้ชื่อ ลัมพางกัปปะ ภายหลังจากพระโคตมพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระกุมารกัสสปะได้นำพระธาตุส่วนพระนาลาฏ (หน้าผาก) มาบรรจุไว้ ถัดมาพระเมฆิยเถรได้นำพระธาตุส่วนพระศอ (ลำคอ) มาบรรจุไว้ พระญาสรีธัมมาโสกราชก็ได้นำพระธาตุมาบรรจุอีก รวมทั้งหมดทั้งหมด 3 องค์ด้วยกัน พระอรหันต์และเทวดาทั้งหลายได้สั่งให้เทวดาชื่ออุตตระให้อยู่รักษาพระธาตุในเมืองลัมภกัปปนครนี้
ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "วัดพระธาตุลำปางหลวง" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)
ข้อมูลก่อนไป
- เวลาเปิด-ปิด
- ทุกวัน 07.30-17.00 น.
- เบอร์โทร
- 09 7356 4306
เดินทางยังไง
เปิดนำทางใน Google Maps- ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 665 กม.
- ขับรถประมาณ 9 ชม.
- รถทัวร์ขึ้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2
- สนามบินใกล้สุด: ท่าอากาศยานลำปาง (LPT) ห่างราว 18 กม.
- สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟบ่อแห้ว ห่างราว 14 กม.
ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง
ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 10/18/2024
ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ