พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

นิทรรศการเรื่องรัชกาลที่ 7 ในห้างเก่าอายุกว่าร้อยปี อดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็น ‘ห้างยอน แซมป์สัน แอนด์ ซัน’ (John Sampson & Son Limited) ห้างฝรั่งที่จำหน่ายผ้าและรองเท้าจากประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ต่อมากลายเป็นห้างสุธาดิลก จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสุขภัณฑ์ เมื่อห้างหมดสัญญาลงได้ใช้เป็นที่ทำการของกรมโยธาธิการ โดยอาคารแบบตะวันตก 3 ชั้นที่สร้างจากเงินพระคลังข้างที่ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหลังนี้ถูกใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2545

เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพิพิธภัณฑ์ในความดูแลของสถาบันพระปกเกล้า ตั้งที่อาคารกรมโยธาธิการเดิม บริเวณทางแยกขึ้นสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ก่อสร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2449 จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2455 อาคารได้รับการออกแบบโดย ชาร์ล เบเกอแลง สถาปนิกชาวฝรั่งเศส-สวิส ในรูปแบบสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก โดยมีจุดเด่นที่โดมตรงกลาง เดิมอาคารหลังนี้เป็นที่ตั้งของห้างยอนแซมสันแอนด์ซัน (John Sampson & Son) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า "ห้างยอนแซมสัน" ซึ่งเป็นสาขาร้านจำหน่ายผ้าตัดเสื้อ รองเท้า รวมทั้งอานม้าที่มีชื่อเสียงในย่านบอนด์สตรีท กรุงลอนดอน ได้ขยายสาขามาตั้งในเมืองไทย ตามคำชักชวนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2441 ต่อมาจึงมีรับสั่งให้ลงทุนก่อสร้างอาคารแห่งนี้ขึ้น และเปิดเช่าเรื่อยมาจนกระทั่งบริษัทเลิกกิจการไป ต่อมา หลวงไมตรีวานิช (เฉลิม ยอดมณี) เข้ามาทำการเช่าอาคาร จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "ห้างสุธาดิลก" จนหมดสัญญาลงในปี พ.ศ. 2476 กรมโยธาเทศบาลจึงได้เข้ามาเช่าเป็นที่ทำการของกรม และในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2544 สถาบันพระปกเกล้าได้รับการโอนอำนาจการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ฯ จากกรมโยธาธิการ จนดำเนินการปรับปรุงตกแต่งอาคารแล้วเสร็จในปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2545

อาคารหลังนี้เริ่มก่อสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2449 ในปลายรัชกาลที่ 5 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 6 ปี และเปิดให้เช่าเป็นที่ตั้ง "ห้างยอนแซมสัน" ดำเนินธุรกิจขายผ้าฝรั่งและตัดชุดสูทสากลที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 6 ต่อมาเมื่อห้างยอนแซมสันเลิกกิจการ อาคารหลังนี้จึงเปลี่ยนเป็น "ห้างสุธาดิลก" ขายเครื่องก่อสร้างและเครื่องสุขภัณฑ์ต่าง ๆ จนกระทั่ง พ.ศ. 2476 กรมโยธาเทศบาลจึงเช่าอาคารใช้เป็นที่ทำการของกรม จนกระทั่งกรมนี้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมโยธาธิการดังในปัจจุบัน รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารหลังนี้ออกแบบโดยนายชาร์ล เบเกอแลง สถาปนิกชาวฝรั่งเศส-สวิส เป็นอาคาร 3 ชั้น อิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบนีโอคลาสสิค มีหอคอยยอดโดม ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นแบบกรีก-โรมัน ในปี พ.ศ. 2538 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอาคารเป็นโบราณสถานแห่งชาติ อาคารกรมโยธาธิการหลังนี้ ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เดิมเรียกว่า พิพิธภัณฑ์รัฐสภา อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่บริเวณใต้พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าอาคารรัฐสภา จัดเป็นพิพิธภัณฑ์พระมหากษัตริย์ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 พระราชทานสิ่งของส่วนพระองค์นำมาจัดแสดงและเปิดให้ประชาชนเข้าชมในปี พ.ศ. 2523 ต่อมาในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2544 สถาบันพระปกเกล้าได้รับโอนอำนาจการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ฯ และได้รับความอนุเคราะห์จากกรมโยธาธิการให้ใช้อาคารที่ตั้งในปัจจุบัน

ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)

ข้อมูลก่อนไป

ค่าเข้าชม · คนไทย
เข้าฟรี
ค่าเข้าชม · เด็ก (คนไทย)
เข้าฟรี
ค่าเข้าชม · ต่างชาติ
เข้าฟรี
ค่าเข้าชม · เด็ก (ต่างชาติ)
เข้าฟรี

เดินทางยังไง

เปิดนำทางใน Google Maps
  • ขับรถประมาณ 0.5 ชม.
  • สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟยมราช ห่างราว 2 กม.

ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง

ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 5/22/2021

ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ

ที่เที่ยวใกล้เคียง