ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร
Center for the promotion and development of additional careers outside of agriculture
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ (เดิม) ดำเนินการฝึกอบรมงานศิลปหัตถกรรมให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศให้มีความรู้ ทักษะ สร้างเสริมประสบการณ์ในการทำงานหัตถกรรม เพื่อการสร้างงาน สร้างอาชีพ ก่อให้เกิดรายได้เสริมแก่เกษตร อีกทั้งยังเป็นการดำรงรักษาไว้ซึ่งงานศิลปหัตถกรรมของชาติให้คงอยู่ และพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบัน มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้ ชมสถาปัตยกรรมบ้านทรงไทย 4 ภาค ณ หมู่บ้านศิลปาชีพ 4 ภาค ชมผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมงานฝีมือ สักการะบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์ ชมนิทรรศการ “เล่าเรื่องสืบสานงานศิลปหัตถกรรม” เพลิดเพลินไปกับพันธุ์ปลาน้ำจืด ณ วังปลา
เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (อังกฤษ: Center for the promotion and development of additional careers outside of agriculture) หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่ที่ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตรอยู่ในความดูแลของ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ดำเนินงานโดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงโปรดให้ศูนย์ฯ เป็นแหล่งสำหรับเรียนรู้ด้านศิลปหัตถกรรมของประเทศไทย ทั้งด้านภูมิปัญญา การฝึกฝน ส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสำหรับเป็นรายได้เสริมนอกเวลาทำการเกษตร โดยตั้งอยู่ในที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ที่ซื้อมาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ปัจจุบันคือสำนักงานพระคลังข้างที่) ประมาณ 700 ไร่ และการจัดซื้อเพิ่มอีก 200 ไร่ ร่วมประมาณ 1,000 ไร่ จากการค้นหาพื้นที่ของ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร รองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษฯ ในปี พ.ศ. 2523 โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จมาทรงเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2527 และมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ สปก. เป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้าง ดูแล และเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการสนับสนุนและดูแลศูนย์ฯ สปก. จึงได้จัดตั้ง "ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมศิลปาชีพ" เพื่อมาดูแลศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และรับสมัครรวมถึงคัดเลือกยุวเกษตรกร บูตรหลานของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และบุคคลภายนอกที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ได้ปิดให้บริการเยี่ยมชมจากบุคคลภายนอกเนื่องจากเหตุการณ์การระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2563 และปิดให้บริการมาตลอดหลังจากนั้น ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ โอนคืนพื้นที่ ทรัพย์สิน และภารกิจของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ได้ดำเนินการทำพิธีลงนามรับมอบทรัพย์สิน ผลิตภัณฑ์ และภารกิจของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ จากศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเมื่อ ณ หอประชุมหม่อมราชวงศ์หญิงรสลินคัดคณางค์ โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. พร้อมคณะผู้บริหารเป็นผู้รับมอบจาก พลเอก เธียรศักดิ์ พะลายานนท์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ และนายสมจิตต์ โสมวิเศษ หัวหน้าสำนักผู้อำนวยการ
ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)
ข้อมูลก่อนไป
- เวลาเปิด-ปิด
- 08.30-16.30 น.
- เบอร์โทร
- 0-3536-6090-1
- ใช้เวลาเที่ยว
- ตลอดทั้งปี
- ไฮไลต์
- ชมสถาปัตยกรรมบ้านทรงไทย 4 ภาค ณ หมู่บ้านศิลปาชีพ 4 ภาค ชมผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมงานฝีมือ สักการะบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์ ชมนิทรรศการ “เล่าเรื่องสืบสานงานศิลปหัตถกรรม” เพลิดเพลินไปกับพันธุ์ปลาน้
เดินทางยังไง
เปิดนำทางใน Google Maps- ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 60 กม.
- ขับรถประมาณ 1 ชม.
- รถทัวร์ขึ้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2
- สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟเชียงรากน้อย ห่างราว 10 กม.
ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง
ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 3/7/2025
ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ