หมู่บ้านญี่ปุ่น

Japanese Village

หมู่บ้านญี่ปุ่น มีอาคารจัดแสดงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับต่างประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา เพื่อรำลึกถึงชาวญี่ปุ่นผู้มีบทบาทสำคัญ และมีความจงรักภักดีต่อราชสำนักสมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นอนุสรณ์แห่งหมู่บ้านญี่ปุ่นเดิม และยังมีชุดกิโมโน และยูคาตะ ให้นักท่องเที่ยวได้เช่าใส่ถ่ายภาพเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศสถานที่ด้วย

เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia

หมู่บ้านญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: アユタヤ日本人町, อักษรโรมัน: Ayutaya Nihonjin-machi) เป็นชุมชนทางชาติพันธุ์ญี่ปุ่นในอดีต (นิฮมมาจิ) นอกเมืองหลวงของอาณาจักรอยุธยาที่เจริญรุ่งเรืองในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันอยู่ในอำเภอพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา หันหน้าเข้าหาหมู่บ้านโปรตุเกสที่อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ และอยู่ติดกับหมู่บ้านอังกฤษและหมู่บ้านดัตช์ เชื่อกันว่ามีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ประมาณ 1,000 ถึง 1,500 คน (ไม่รวมทาสและแรงงานผูกมัดที่เป็นชาวพื้นเมือง เช่น ชาวไท) ในหนังสือญี่ปุ่น ชามุ-โคกุฟูโดกุงกิ (暹羅国風土軍記) ประมาณการว่ามีผู้มีเชื้อชาติญี่ปุ่นถึง 8,000 คนในศักราชคังเอ (ค.ศ. 1624–1644) ผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้เป็นทหารรับจ้าง, พ่อค้า, ชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ และทาสชาวไทย

แม้ว่าชุมชนนี้อาจก่อตั้งขึ้นประมาณคริสต์ทศวรรษ 1300 ในช่วงความปั่นป่วนทางการเมืองยุคเซ็งโงกุ โรนิง (ซามูไรที่ไม่มีเจ้า) เริ่มอพยพ หมู่ ออกจากญี่ปุ่นไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังจีนสมัยราชวงศ์หมิงห้ามการค้าและเดินทางระหว่างจีนกับญี่ปุ่น โดยอยู่ในช่วงสูงสุดหลังยุทธการที่เซกิงาฮาระ อาณาจักรอยุธยาหลังประสบความพ่ายแพ้ทางทหารกับจักรวรรดิตองอู หวังที่จะจ้างซามูไรที่มีประสบการณ์ทางทหารเป็นทหารรับจ้าง ซึ่งนำไปสู่การอพยพเข้าของชาวญี่ปุ่น พร้อมกับการจ้างกองกำลังทหารปืนชาวโปรตุเกส แต่ทหารรับจ้างชาวโปรตุเกสมักถูกคัดค้านเพราะฝ่ายตองอูก็จ้างกองกำลังทหารโปรตุเกสด้วย เพื่อแก้ปัญหานี้ พวกเขาจึงต้องจ้างชาวญี่ปุ่นมาแทน ทหารรับจ้างญี่ปุ่นเริ่มเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 200–800 คน และเริ่มมีอิทธิพลทางการเมืองด้วย อำนาจของชาวญี่ปุ่นเหล่านี้สามารถพบได้ในกฎหมายตราสามดวง ทหารรับจ้างชาวญี่ปุ่นมักอยูในระดับพระยา โดยยามาดะ นางามาซะเป็นหนึ่งในพระยาที่ได้ตำแหน่งนี้จากทักษะศิลปะการต่อสู้และได้รับความชื่นชมจากสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม มีชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์จำนวนมากหลังการกดขี่ชาวคริสต์ของรัฐบาลโชกุน เพราะอยุธยาแทบไม่มีการกดขี่ทางศาสนา อังตอนียู ฟรังซิชกู การ์ดิง มิชชันนารีชาวโปรตุเกสที่มาเยี่ยมชมบริเวณนี้กล่าวว่าตนได้ทำพิธีศักดิ์สิทธิ์แก่ชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ประมาณ 400 คนใน ค.ศ. 1627 ใน ค.ศ. 1629 สมเด็จพระเจ้าปราสาททองพยายามตัดอิทธิพลญี่ปุ่นด้วยการเปลี่ยนเส้นทางการค้า ยามาดะ นางามาซะ ผู้นำหมู่บ้านญี่ปุ่นในขณะนั้นและผู้ต่อต้านการครองราชย์ของปราสาททอง ถูกส่งไปเป็นผู้ว่าการนครศรีธรรมราชหลังเจ้าหน้าที่สยามคนอื่น ๆ ต่อต้านเขา ที่อยู่อาศัยนี้พบกับจุดจบใน ค.ศ. 1630 เมื่อนางามาซะถูกลอบสังหาร ที่อยู่อาศัยถูกเผาทิ้ง และผู้อยู่อาศัยถูกฆ่าโดยเฉกอะหมัด ภายใต้ข้ออ้าง "ทำกิจกรรมที่เป็นกบฏ" ชาวญี่ปุ่นหลายคนจึงหลบหนีไปที่จักรวรรดิเขมร

ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "หมู่บ้านญี่ปุ่น" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)

ข้อมูลก่อนไป

เวลาเปิด-ปิด
วันจันทร์-วันศุกร์ 09.30 - 18.00 น. , วันเสาร์-วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.30-18.00 น.
เบอร์โทร
08 5943 8886
ไฮไลต์
มีอาคารจัดแสดงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับต่างประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา เพื่อรำลึกถึงชาวญี่ปุ่นผู้มีบทบาทสำคัญ และมีความจงรักภักดีต่อราชสำนักสมัยกรุงศรีอยุธยา
ค่าเข้าชม · คนไทย
50 บาท
ค่าเข้าชม · เด็ก (คนไทย)
20 บาท
ค่าเข้าชม · ต่างชาติ
50 บาท
ค่าเข้าชม · เด็ก (ต่างชาติ)
50 บาท

เดินทางยังไง

เปิดนำทางใน Google Maps
  • ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 85 กม.
  • ขับรถประมาณ 1.5 ชม.
  • รถทัวร์ขึ้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2
  • สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟอยุธยา ห่างราว 4 กม.

ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง

ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 12/4/2025

ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ

ที่เที่ยวใกล้เคียง