ชุมชนกุฎีจีน

Kudeegeen Community

กุฎีจีน เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของชุมชนแห่งนี้ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและเรื่องราวอันน่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะสัมพันธภาพภายใต้ความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมในชุมชนที่ประกอบไปด้วยชาวจีน อินเดีย และยุโรป ที่อยู่ร่วมกัน นอกจากนั้นชุมชนแห่งนี้ยังมีสินค้าขึ้นชื่ออีกด้วย นั่นก็คือ “ขนมกุฎีจีน” เป็นขนมขึ้นชื่อของชุมชน (ลักษณะของขนมคล้ายกับขนมไข่ ที่ทำจากการนำไข่แดงตีเข้ากับแป้งสาลีและน้ำตาล) ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่บ้านเท่านั้นที่ยังคงทำขนมฝรั่งกุฎีจีนอยู่ นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ซางตาครูซ ที่เป็นศูนย์กลางทางด้านจิตใจของผู้คนในชุมชน

เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia

กุฎีจีน หรือ กะดีจีน เป็นย่านชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งบริเวณทางทิศใต้ของคลองบางกอกใหญ่ (หรือ บางหลวง) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ในแขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ที่นี่เป็นแหล่งอาศัยของประชากรหลากเชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกันมายาวนานตั้งแต่ยุคอาณาจักรธนบุรี ประกอบไปด้วยชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกส จีน มอญ ญวน และอื่น ๆ ที่อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง จุดหมายตาที่สำคัญของกุฎีจีนล้วนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของชุมชน เช่น วัดซางตาครู้ส และศาลเจ้าเกียนอันเกง รวมไปถึงวัฒนธรรมด้านอาหาร เช่น ขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมกุสรัง หรืออาหารอิทธิพลโปรตุเกสอื่น ๆ ที่ยังตกทอดอยู่ภายในชุมชน ปัจจุบันมีหน่วยงานจากทั้งภาครัฐและเอกชนเล็งเห็นต้นทุนทางวัฒนธรรมของกุฎีจีน จึงได้เข้ามาวางแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชน

ชุมชนกุฎีจีนเป็นชุมชนของชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสที่อพยพมาจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง ในปี พ.ศ. 2310 หลังสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี มีชุมชนชาวโปรตุเกสตั้งถิ่นฐานอยู่มาก่อนหน้านี้คือที่วัดคอนเซ็ปชัญ เรียกว่า ชุมชนบ้านเขมร และต่อมาได้พระราชทานที่ดินให้ชาวโปรตุเกสอีกกลุ่มตั้งถิ่นฐานที่ชุมชนกุฎีจีน มีจำนวน 14 คน เป็นความชอบที่ชาวโปรตุเกสช่วยพระองค์ในการรบกับพม่าที่เมืองจันทบุรีและติดตามพระองค์มาที่กรุงธนบุรี บาทหลวงฝรั่งเศสจึงก่อสร้างวัดซางตาครู้ส (Santa Cruz) มีลักษณะเหมือนวัดจีน ทั้งยังตั้งอยู่บนที่ดินที่เคยมีคนจีนอาศัยอยู่ก่อน จึงเรียกว่า "วัดกุฎีจีน" ส่วนชาวโปรตุเกสในนั้นก็ถูกเรียกว่า "ฝรั่งกุฎีจีน" คนโปรตุเกสวัดคอนเซ็ปชัญสืบเชื้อสายจากฝรั่งแม่นปืน แต่คนวัดซางตาครู้สนั้นโดยมากเป็นล่าม จึงมีการเปรียบเปรยเอาไว้ว่า "ผู้สืบเชื้อสายโปรตุเกสบ้านกุฎีจีน เป็นฝ่ายบุ๋น (คือถนัดทางเจรจา) ฝ่ายผู้สืบเชื้อสายโปรตุเกสบ้านคอนเซ็ปชัญ เป็นฝ่ายบู๊ (คือถนัดทางการรบ)" ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีประกาศกระทรวงนครบาลกำหนดเขตตำบลกุฎีจีน พ.ศ. 2457 และได้พระราชทานกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่มิสซังโรมันคาทอลิก โดยระบุว่าผู้ที่อยู่ในที่ดินนั้น ๆ จะต้องเป็นบุคคลที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเท่านั้น และห้ามขายโอนที่ดินแก่ผู้อื่น ด้วยเหตุนี้กรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนใหญ่จึงเป็นของวัดซางตาครู้ส โดยกำหนดเงื่อนไขว่าเจ้าบ้านต้องนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกจึงจะมีสิทธิ์ในการอยู่อาศัย ใน พ.ศ. 2550 การถือครองที่ดินในกุฎีจีนเป็นของวัดซางตาครู้ส ร้อยละ 70 ที่ดินส่วนบุคคลที่ซื้อต่อจากวัดซางตาครู้สเพื่ออยู่อาศัย ร้อยละ 30 ส่วนการครอบครองที่ดิน แบ่งเป็น ประชากรเช่าที่วัดซางตาครู้ส ร้อยละ 55.31 ประชากรที่มีบ้านและที่ดินของตนเอง ร้อยละ 33.75 ประชากรที่เช่าบ้านอาศัย ร้อยละ 7.81 ประชากรที่เช่าห้องอยู่อาศัยและอื่น ๆ ร้อยละ 3.31

ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "ชุมชนกุฎีจีน" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)

ข้อมูลก่อนไป

เวลาเปิด-ปิด
ทุกวัน 09.30-18.30 น.
เบอร์โทร
08 6105 5547

เดินทางยังไง

เปิดนำทางใน Google Maps
  • ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 5 กม.
  • ขับรถประมาณ 0.5 ชม.
  • สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ห่างราว 2 กม.

ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง

ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 9/10/2020

ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ

ที่เที่ยวใกล้เคียง