วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์
Pitulathirat Rangsarit Temple
อยู่ตำบลหน้าเมือง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ในปี พ.ศ. 2377 พร้อมๆ กับการสร้างป้อมและกำแพงเมือง โดยช่างฝีมือจากเมืองหลวง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพมหานคร ต่างกันเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น วัดนี้เดิมเรียกว่า “วัดเมือง” ต่อมาในปี พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทราและได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์” แปลว่าวัดที่ลุงของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง
เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia
วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ หรือ วัดเมือง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงฝั่งตะวันตก เลขที่ 156 ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ยกเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551
วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช เจ้าพระยามหาโยธา หาที่จะสร้างเมืองฉะเชิงเทราใหม่ และโปรดให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงรักษ์รณเรศ (หม่อมไกรสร) ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 33 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เป็นแม่กองทำการสร้างกำแพงเมืองฉะเชิงเทรา แล้วเสร็จเมื่อปี 2380 อีกทั้งพระองค์โปรดเกล้าฯใ ห้สร้างวัดแห่งหนึ่ง ดังในพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงระบุว่า "...แล้วโปรดให้กรมหลวงรักษรณเรศออกไปสร้างป้อมกำแพงที่เมืองฉเชิงเทราอีกตำบล 1 โปรดให้สร้างวัดไว้ในกลางเมือง ซึ่งพระราชทานนามในบัดนี้ว่า วัดปิตุลาธิราชรังสฤษดิ..." เดิมทีวัดเมืองนี้อาจเคยมีแผนให้สร้างกลางเมืองแต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบได้ จึงมีการสร้างบริเวณด้านเหนือของเมืองแทน จากข้อมูลคำให้การจีนบู๊ว่าด้วยเรื่องอั้งยี่เมืองฉะเชิงเทรากำเริบ จ.ศ. 1210 เมื่อคราวเกิดกบฏจีนตั้วเฮียขึ้นในปี พ.ศ. 2391 แสดงว่ามีวัดบริเวณเหนือเมืองแล้ว โดยพบข้อความที่ระบุว่า "จีนกิแต้จิ๋วเถ้าแก่สวนอ้อย คุมคน 1,200 เศษ ลงเรืออ้อย 6 ลำไปที่เมืองมาจอดเรือข้าวที่วัดเหนือเมือง แล้วจีนเอี้ยงคุมพวก 300 เศษ เข้าด้านเหนือ จีนจอเป็นคนตีกลองสัญญา จีนตูคุมพวก 300 เศษ เข้าด้านใต้ ข้าพเจ้าจีนเส็งคุมพวก 200 เศษ เข้าด้านตะวันออกจีนสามขีเป็นคนตีกลองสัญญา จีนซุนเตียคุมพวก 200 เศษ เข้าด้านตะวันตก เข้าล้อมเมืองพร้อมกันตีกลองสัญญายิงปืนทั้ง 4 ด้าน" จากนั้นภายหลังเหตุการณ์การกบฏแล้วกว่า 36 ปี ราวปี พ.ศ. 2427 พระยาวิเศษฤๅไชย (ช้าง) ได้ทำการบูรณะใหม่โดยปรากฏหลักฐานในบันทึกของ เซอร์ เออร์เนสต์ เมสัน ซาโตว (Sir Ernest Mason Satow) อัครราชทูตอังกฤษ ประจำกรุงสยาม เมื่อคราวตรวจพื้นที่ เมืองต่างๆในแม่น้ำบางปะกง ว่า "...เจ้าเมืองปล่อยเรื่องหยุมหยิมในการบริหารปกครองอยู่ในอำนาจของน้องชาย ผู้ซึ่งเป็นปลัดและอายุได้ 75 ปีแล้ว ท่านสนใจแต่เพียงการเตรียมตนสำหรับโลกหน้าโดยการสร้างวัดแห่งหนึ่ง..." ซึ่งสอดคล้องกับการให้ข้อมูลความทรงจำของชาวบ้านในพื้นบ้านจอมศรี อำเภอพนมสารคาม ซึ่งเป็นเครื่อญาติกับคุณนายมีภรรยาเจ้าเมืองว่ามีการมาสร้าง (บูรณะ) วัดเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5 จริง
ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)
ข้อมูลก่อนไป
- เวลาเปิด-ปิด
- เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 16.00 น. เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
- เบอร์โทร
- 0 3851 0190, 08 1874 3973, 08 1477 2796
เดินทางยังไง
เปิดนำทางใน Google Maps- ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 80 กม.
- ขับรถประมาณ 1.5 ชม.
- รถทัวร์ขึ้นที่สถานีขนส่งเอกมัย
- สถานีรถไฟใกล้สุด: ที่หยุดรถไฟแปดริ้ว ห่างราว 1 กม.
ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง
ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 10/3/2024
ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ