วัดสามชุก
Wat Sam Chuk
เป็นวัดเก่าแก่โบราณไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใดมีสิ่งที่เป็นหลักฐานว่าเป็นวัดเก่า คือรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานในมณฑป กรมศิลปากรได้จดทะเบียนเป็นวัตถุโบราณ พระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานในมณฑปเป็นพระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยา ปัจจุบันปฏิสังขรณ์และนำมาประดิษฐานเป็นพระประธานบนศาลาการเปรียญ และยังมีหงส์สัมฤทธิ์ 1 คู่ อดีตตั้งอยู่หน้ามณฑป ปัจจุบันอยู่ที่หอสวดมนต์ 1 ตัวและที่กุฏิพิพิธภัณฑ์ 1 ตัว บริเวณหอสวดมนต์ประดิษฐานหลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ชาวบ้านนิยมมาสักการะบูชาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่กับวัดมาช้านาน
เรื่องเล่า & ประวัติจาก Wikipedia
วัดสามชุก ตั้งอยู่เลขที่ 3 หมู่ 1 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ 20 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา อยู่เหนือที่ว่าการจังหวัดสุพรรณบุรี 34 กิโลเมตร ห่างจากถนนสุพรรณบุรี - ชัยนาท 600 เมตร เจ้าอาวาสปัจจุบัน ได้แก่พระครูสุวรรณวิจิตร (สมจิตร สมจิตฺโต ป.ธ.4) เป็นเจ้าคณะตำบลสามชุก และพระอุปัชฌาย์ วัดสามชุกเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างมาแต่สมัยใด สิ่งที่เป็นหลักฐานว่าเป็นวัดเก่า คือ มณฑป เป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง ยาวด้านละ 6 เมตร โดยประมาณ หลังคาเป็นทรงจั่วแต่มีสภาพ ค่อนข้างผุพังและทรุดตัวลงมาบางส่วน แต่เดิมภายในมณฑปเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทโลหะ ซึ่งปัจจุบันย้ายไปเก็บไว้บนศาลาการเปรียญของวัด เมื่อพิจารณารูปทรงของอาคาร สันนิษฐานว่ามณฑปนี้คงสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ รอยพระพุทธบาทสำริด เดิมประดิษฐานอยู่ในมณฑป แต่เนื่องจากมณฑปทรุดโทรม และถูกมิจฉาชีพลักตัดบางส่วนของรอยพระพุทธบาทไป ทางวัดจึงย้ายมาไว้ที่ศาลาการเปรียญ รอยพระพุทธบาทดังกล่าวมีขนาดกว้าง 85 เซนติเมตร ยาว 200 เซนติเมตร เป็นรอยพระพุทธบาทซ้อนกัน 4 รอย (อันหมายถึงการประทับรอยพระบาทซ้ำกันของพระพุทธเจ้า 4 องค์ ในภัทรกัลป์นี้ โดยในแต่ละรอยทำเป็นลายตารางรูปมงคล 108 ประการ อยู่ภายใน กรมศิลปากรได้จดทะเบียนเป็นวัตถุโบราณ
ทะเบียนวัดของสำนักงานศึกษาการอำเภอสามชุก ประมาณว่าสร้างราว พ.ศ. 2300 เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดอัมพวัน มาเปลี่ยนเป็น วัดสามชุก ภายหลัง เมื่อได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2481 ต่อมามีทายกชื่อ ก๋งกวย ซึ่งมีศรัทธาช่วยเหลือวัดอย่างแข็งแรงได้นำสร้างมณฑป เพื่อเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และทุกปีจะมีงานปิดทองรอยพระพุทธบาท มีการตามประทีปโคมไฟกันอย่างสว่างมากมาย โดยใช้ตะเกียงเจ้าพายุและตะเกียงสมัยโบราณ เมื่อ 25 ปี ก่อนที่จะบูรณะกุฎิยังมีปรากฏอยู่ แต่ปัจจุบันได้สูญหายไป โรงเรียนวัดสามชุก ( หรือ ณ. ราษฎร์วิริยานุกูล ) เป็นโรงเรียนหลังแรกของอำเภอสามชุก ผู้ริเริ่มการสร้าง คือ พระมหาสมุน และกรรมการวัด ได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถขึ้นใหม่ โดยสร้างที่เดิมของอุโบสถหลังเก่าที่ชำรุด ผนังอุโบสถใช้เทปูน ไม่ใช่ก่ออิฐ พระมหาสมุน โอภาสี เป็นพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของชาวบ้านส่วนมาก ในปี พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จทางเรือจะไปประทับที่ประตูน้ำสามชุก เมื่อผ่านมาถึงวัดสามชุก ได้เสด็จขึ้นทรงเยี่ยมวัดสามชุก ปัจจุบัน วัดสามชุก บูรณะซ่อมแวม มณฑปแล้ว และขอเชิญชวนท่านเที่ยวชมความงดงามที่ หลวงพ่อ สุวรรณวิจิตร และชาวสามชุกได้ช่วยกันพัฒนา ข้อมูลนี้ จาก ผู้ทำการศึกษาวัดสามชุก เพื่อทำปริญญานิพนธ์ ชื่อ นาย พอเพียง ทรัพย์อินทร์
ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาไทย บทความ "วัดสามชุก" ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 (ตัดตอนบางส่วน)
ข้อมูลก่อนไป
- เวลาเปิด-ปิด
- เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่ 09.00-18.00 น.
- เบอร์โทร
- 0 3557 1791, 0 3557 2755, 0 3557 2759
เดินทางยังไง
เปิดนำทางใน Google Maps- ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 155 กม.
- ขับรถประมาณ 2.5 ชม.
- รถทัวร์ขึ้นที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่
- สถานีรถไฟใกล้สุด: สถานีรถไฟสุพรรณบุรี ห่างราว 40 กม.
ระยะทางและเวลาเป็นการคำนวณคร่าวๆ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางจริงก่อนเดินทาง
ข้อมูล ททท. อัปเดตเมื่อ 12/15/2021
ข้อมูลสถานที่: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) · ภาพถ่าย: Wikimedia Commons ตามสัญญาอนุญาตของเจ้าของภาพ